JoJo บทความข้ามศตวรรษ#1

posted on 15 Jan 2011 09:30 by zieghart in My-Mania
สวัสดีเพื่อนๆครับ
 
เอนทรีเป็นเรื่องเป็นราวอันแรกของปีครับ...มีบทความที่ผมอยากเขียนถึงมานานมากแล้ว ติดแต่ว่า ช่วงปีที่ผ่านมา ชีพจรลงเท้า ไม่ได้หยุดนิ่งๆซักที่เลย ตอนนี้ ที่เขียนบทความ ผมก็กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่เชิงเขาพระวิหารเลยครับ ฮา
 
โชคดี ช่วงนี้พอหาเวลาว่างได้ เลยเข็นบทความคาใจของตัวเองออกมาได้...เป็นซีรีย์บทความยาว ว่าด้วยหนึ่งในการ์ตูนที่ผมตามอ่านมาตั้งแต่ยังเด็ก และอ่านมาจนถึงปัจจุบัน
 
...
 
มาร่วมตามรอยไปกับ การผจญภัยอันแปลกประหลาด ของ"โจโจ้" และพลพรรคได้เลยครับ
 
 
บทความข้ามศตวรรษ - Jojo's Bizarre Adventure #1 ปฐมบท สงครามร้อยปี

ย้อนรอยกลับไป เมื่อครั้งคริสตศตวรรษที่ 12...ณ ที่ราบสูงตอนกลางของเม็กซิโก เป็นที่อยู่ของชนเผ่าที่น่าพรั่นพรึง ที่รู้จักกันในนาม "ชนเผ่าแอสเทค"  (Aztec)

เผ่าพันธ์ที่ถูกเรียกว่า 'บุตรแห่งดวงอาทิตย์' นี้ มีวัฒนธรรมที่น่าขนพองสยองเกล้า อย่างการบูชายัญ ควักหัวใจสดๆของคนออกมาดื่มกิน รวมไปถึงเรื่องลึกลับเหนือความเข้าใจอีกนับไม่ถ้วน...หนึ่งในนั้นคือ ศาสตร์เร้นลับที่สุด ที่สามารถดึงขีดจำกัดของมวลมนุษย์ออกมาได้ ในรูปแบบของหน้ากากหิน ที่จะตอบสนองต่อเลือดที่สาดกระเซ็นใส่ พร้อมปลดปล่อยกระดูกเข็มแหลม พุ่งไปทิ่มกระตุ้นจุดสำคัญของสมอง ก่อเกิดเป็นสุดยอดมนุษย์ ที่แสนทรงพลัง และไม่รู้จักตาย...อุปกรณ์อัปมงคล ไร้ที่มาแจ่มชัด...ซึ่งถูกเรียกกันภายหลังว่า "หน้ากากศิลา"
 
 
....
 
.......
 
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ภายหลังการล่มสลายของชนเผ่าแอสเทค วัตถุชั่วช้าจากอดีตกาล ได้กลับคืนสู่ผืนโลกอีกครั้ง เมื่อคณะสำรวจจากแดนไกล เดินทางมาถึงใจกลางซากโบราณสถานเก่าแก่ และขุดพบหน้ากากศิลาในที่สุด
 
วิลเลียม อันโตนิโย เซเปลี่ (William Antonio Zeppeli) ลูกชายของหัวหน้าคณะสำรวจ ได้พบเจอกับฝันร้ายที่หลบเร้นมานับพันปี...หน้ากากศิลา เปลี่ยนร่างพ่อของเขาเป็น"ผีดูดเลือด"อมตะ มาเข่นฆ่า ช่วงชิงพลังชีวิตของลูกเรือไปจนหมดสิ้น พร้อมกับความเยาว์วัยที่ฟื้นคืน...ในนาทีเป็นตาย แสงสว่างได้สลายร่างผีดิบ พ่อของเขาจนเป็นผุยผง...เซเปลี่ตั้งปณิธาน จะไล่ล่าตามหาหน้ากากทมิฬอันนั้นให้ถึงที่สุด...ตัวเขาออกเดินทางไปทั่วโลก พร้อมความมุ่งมั่นแรงกล้า จะค้นหาวิธีต่อกรกับสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการ...
 
แล้วหน้ากากศิลาที่จมหายไปกับพื้นสมุทรนั้น ก็ถูกค้นพบ เปลี่ยนมือ และส่งมอบไปไกล หลายต่อหลายครั้ง...จนมาหยุดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ...เป็นสมบัติของตระกูลใหญ่ โต นามว่า "โจสตาร์"
 
 
โจนาธาน โจสตาร์ ในวัยเยาว์

ปีคริสตศักราช 1880  ดาริโอ บรันโด หัวขโมยผู้ปลิ้นปล้อน กำลังจะถึงจุดจบของชีวิต...ก่อนหน้าที่จะจากไปด้วยโรคร้าย ตัวเขาได้ฝากฝัง ดีโอ บรันโด (Dio Brando) ลูกชาย ให้มาอยู่ในการดูแลของตระกูลใหญ่อย่างโจสตาร์ เพราะได้หลอกลวง ทวงบุญคุณจอมปลอมที่เคยทำ้ไว้ให้กับจอร์จ โจสตาร์ ผู้นำของตระกูล

จอร์จรับลูกกำพร้าของผู้มีพระคุณมาเลี้ยงดูอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อดีโอเป็นเด็กหนุ่มที่ชาญฉลาด เรียนรู้ไว และเข้าหาผู้คนได้อย่างน่าทึ่ง...ทว่าที่แท้แล้ว ตัวดีโอเอง เป็นเด็กหนุ่มผู้ทะเยอะทะยาน และไม่เคยเห็นความแตกต่างของผิดชอบชั่วดี พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อยืนอยู่บนจุดสูงสุด...เขาปรารถนาครอบครองสมบัติของ ตระกูลโจสตาร์ไว้เพียงผู้เดียว...เพื่อการนั้น การพยายามเข้า้มาบีบทายาทของตระกูลให้อ่อนแอบอบช้ำ จึงเป็นสิ่งจำเป็น...เป้าหมายหลักก็คือ ลูกชายคนเดียวของจอร์จ...เด็กหนุ่ม "โจนาธาน โจสตาร์" (Jonathan Joestar)



"โจโจ้" โจนาธาน โจสตาร์ เป็นชายร่างกำยำ จิตใจดีงาม ถูกเลี้ยงมาอย่างสุภาพบุรุษ ผู้ไม่ลังเลที่จะปกป้องคนที่อ่อนแอ และคอยให้เกียรติคนรอบข้างอย่างที่สุด...ชีวิตของเขาพลันต้องเปลี่ยนไป เมื่อ"เพื่อนใหม่" ได้ก้าวเข้่ามาเกี่ยวข้อง

การพยายามเป็นมิตรกับดีโอ ไม่ได้เป็นไปด้วยดี ด้วยเพราะดีโอนั้น เต็มไปด้วยเจตนาร้าย และวัตถุประสงค์แอบแฝงนับไม่้ถ้วน พร้อมพยามยามเบียดเบียนชีวิตด้านต่างๆของโจนาธานไม่ได้ขาด ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน เพื่อนพ้อง แนวคิด หรือกระทั่งเอริน่า เพนดอลตัน หญิงคนรัก...ทุกสิ่งทุกอย่าง ต่างถูกดีโอช่วงชิง และทำลายทิ้งจนป่นปี้ !



- 7 ปีให้หลัง -

กาลเวลาที่ผ่านไป อายุที่มากขึ้น...หลังจากความบาดหมางมากมาย ที่เคยรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือ เลือดตกยางออกได้ผ่านพ้นไปนานปี...ด้วยฐานะ และการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่ร่วมกัน ทำให้ชายหนุ่มทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างเก็บความรู้สึกที่ยากจะหยั่ง ใช้ความสัมพันธ์ผิวเผิน เป็นเครื่องมือรักษาจุดยืนเอาไว้อย่างกล้ำกลืน....มองเห็นเป็นเพียงแค่คู่ พี่น้อง-คู่เพื่อนสนิทที่รักและผูกพันธ์กันดีเท่านั้น

โจนาธาน หันมาศึกษาโบราณคดี ไล่ตามความลับเปี่ยมเสน่ห์จากทั่วพื้นโลก...หนึ่งในนั้น คือการศึกษาที่มาที่ไป และการทำงานของ"หน้ากากศิลา" ของสะสมโบราณประจำบ้าน ที่ตอบสนองต่อเลือด พุ่งเข็มทิ่มแทงศีรษะผู้สวมใส่อย่างน่าสะพรึง...หรือนี่จะเป็นอุปกรณ์ปลิด ชีพอย่างทรมานของชาวแอสเทค ?
 
 
สำหรับดีโอ ผู้ไม่เคยปล่อยวางความทะเยอทะยานของตน ยังคงแอบวางแผนโฉดชั่ว หมายสังหารพ่อเลี้ยงของตนด้วยยาพิษร้าย เช่นที่เคยใช้กับพ่อแท้ๆเมื่อกาลก่อน

เมื่อความสงสัยถึงขีดสุด โจนาธาน ตัดสินใจตัดสายสัมพันธ์อันเบาบางให้ขาดสะบั้น เสี่ยงชีวิตเข้าสู่ย่านเสื่อมโทรมอันแสนอันตราย ได้ผูกมิตรกับ สปีดวาก้อน (Robert Edward o Speedwagon) นักแรงมือเก๋าประจำถิ่น ก่อนจะจับพ่อค้ายาพิษ และนำหลักฐานกลับมาไล่ต้อนดีโอซึ่งๆหน้่า
 
 
Last chance to feel Human
 
การดิ้นรนอย่างจนตรอกได้เริ่มต้นขึ้น...ทว่า เมื่อไม่นานก่อนหน้านั้น ดีโอได้แอบค้นพบความลับที่แท้จริงในการใช้"หน้ากากศิลา" ซึ่งแม้แต่โจนาธานเองยังไม่รู้ คือความสามารถที่จะ"ดึงพลัง"ของผู้สวมใส่ออกมาจากพื้นที่เร้นลับในสมอง ให้ก้าวพ้นขีดจำกัด ก่อกำเนิดเป็น"ผีดูดเลือด"ทรงพลัง ไม่แก่ไม่ตาย พ่ายแพ้เพียงแสงอาทิตย์ แต่พิชิตทุกชีวิตทั่วพื้นโลก !