สวัสดีเพื่อนๆครับ

ช่วงนี้กำลังอยู่ตึกสูติศาสตร์ครับ...แต่ละวันก็จะมีทำคลอด ตรวจแม่ๆที่มาฝากครรภ์ ดูคนไข้หลังคลอด อะไรแบบนี้ ซึ่งโดยรวมแล้ว จัดได้ว่า "ว่างมาก" จริงๆครับ...คิดว่าน่าจะเป็นช่วงชีวิตที่ว่างที่สุดในรอบหลายๆปีที่ผ่านมาของผมเลยทีเดียว

แต่เหตุผลที่หายหน้าไปนาน ทั้งๆที่ว่างนี้ ก็เพราะชีวิตช่วงนี้ เข้าขั้น เหลวแหลก ที่เดียวครับเพ่น้อง ...พอมีเวลาเข้าหน่อย และวันไหนไม่ได้อ่านหนังสือ ก็จะเล่นเกมส์ยาววววววววววววว จนแทบหมดวัน...ลิมิตเข้าใกล้พวกเก็บตัว เป็นฮิคิโคโมริเข้าไปทุกที...ยังดีนะ ที่มีเรื่องให้ออกไปอยู่เวร หรือไปเรียนได้ทุกวัน เกือบไปๆ (แค่เล่นดรากอน เควส 4 กับเพอร์โซน่า 4...รวมกันก็ปาไปร่วม 70 ชั่วโมงแล้ว นี่ตรูทำอะไรลงป๊ายยยย)

-------------------------------------------

วันนี้มีเรื่องจริงจัง เอามาคุยเล่นๆ เกี่ยวกับ"การทานยาคุมฉุกเฉิน" ครับ...เนื่องจากว่า พอมาอยู่ห้องคลอดนานๆเข้าแล้วเนี่ย ก็ได้กลับมาเห็นปัญหาที่ ชักจะยังไงๆอยู่ อีกรอบแล้ว...เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น-เรื่องท้องในวัยเรียนนั่นเอง

หลายปีก่อน เคยมีช่วงนึงที่ผู้ใหญ่ในบ้านเราค่อนข้างตื่นตัวกับปัญหา Teenage pregnancy นี้ และปล่อยแคมเปญรณรงค์ออกมามากมายครับ (ตอนนั้นผมเองยังเคยเขียนถึงการคุมกำเนิดเลย ^^) แต่ก็เช่นเดิม...ไม่นานกระแสก็ซา ทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิม

ปัญหาเรื่องท้องในวัยรุ่นนี้ ในบางจังหวัดถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขกันทีเดียว ส่วนในตัวเมือง ก็รุนแรงไม่ต่างกัน (แม้จะไม่ได้มีใครเอามาประกาศครึกโครม) เพราะมันก็นำมาสู่ปัญหาสังคมอีกเป็นพรวน...การทำแทงก์เถื่อนเอย วุฒิภาวะของพ่อแม่ไม่พอเอย ทิ้งลูกไว้ตามซอกซอยเอย แม่หนีออกจากโรงพยาบาลเอย ฯลฯ

และบังเอิญเหลือเกินว่า เหล่าคุณแม่ที่ผมทำคลอดในช่วงนี้นั้น แทบไม่มีใครอายุมากกว่าผมซักคน...อายุน้อยที่สุดที่ผมเจอ ก็คือ 15 ปีครับ...เหตุผลคลาสสิคก็เช่น ฝ่ายชายไม่ใส่ถุง หรือฝ่ายหญิงลืมกินยา เป็นต้น...ใจนึงก็อยากจะชมน้องเค้าที่มีใจจะดูแลจนลูกคลอด แต่มันก็ยังไม่ตอบโจทย์ และทิ้งปัญหาเดิมๆตามมาให้กังวลอีก

มีประเด็นน่าสนใจอันนึง ที่อาจารย์หมอหลายท่านสอนให้พวกผมคอยเน้นย้ำกับคนไข้  ก็คือเรื่องของยาคุมฉุกเฉินตัวดีนี่ล่ะครับ...ขอหยิบมาพูดให้ฟังซักนิด เผื่อจะมีประโยชน์

- ยาคุมฉุกเฉิน เป็นยาที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเพศในปริมาณที่สูงกว่าปกติ

- ในเมืองไทย (ที่ยาแทบทุกชนิด ถูกเอามาขายกันอิสระ...over the counter ตามร้านขายยา) ยี่ห้อที่ขายๆกันอยู่ ก็เช่น โพสตินอร์ และมาดอนน่า ราคาประมาณตั้งแต่ 30-40 บาท บรรจุสองเม็ด

- วิธีการกิน คือเม็ดแรก หลังมีเพศสัมพันธ์ไม่เกิน 72 ชั่วโมง (แต่ยิ่งทานเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีประสิทธิภาพมากเท่านั้น) เม็ดต่อไป ให้กินหลังจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมง ( จริงๆตอนนี้มี paper ออกมา ว่าการกินพร้อมกันสองเม็ด ก็มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน และป้องกันการลืม...แต่การทานตามวิธีข้างกล่อง ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด)

- ประสิทธิภาพเมื่อกินยาได้ถูกต้อง และทันเวลา คือประมาณ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์

- ท่านชายส่วนมาก เมื่อให้สาวเจ้ากินเม็ดแรกไป หรือพอกินครบสองเม็ดไปแล้ว...ก็จะถือเป็นช่วงกำไรชีวิต ซัดต่อไม่ใส่ถุงอีกหลายยก...ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ก็อาจถือว่าป้องกันได้ในระดับนึง แต่อย่าลืมว่า ไม่มีวิธีการคุมกำเนิดใด ที่ได้ผลแน่นอน 100 % แล้วท่านยังยินดีจะเพิ่มความเสี่ยงต่อไปอีก ?

- ยาคุมฉุกเฉิน เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ตามชื่อมัน คือ คุมในภาวะฉุกเฉิน เท่านั้น...ถุงแตก ถุงรั่ว ห่วงหลุด นับวันผิด โดนข่มขืน หรือในสถานการณ์ที่ "พลาด" ตามนิยามใดๆก็แล้วแต่

- หนึ่งเดือน ไม่ควรทานเกิน 4 เม็ด และไม่แนะนำอย่างยิ่ง ที่จะใช้ยาคุมฉุกเฉิน แทนการคุมกำเนิดปกติ เนื่องจากประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าวิธีอื่น และผลข้างเคียงที่ฝ่ายหญิงจะได้รับ  (วิธีที่แนะนำก็เช่น สวมถุงยางอนามัย ทานยาคุมแบบปกติ ใส่ห่วงคุมกำเนิด ฉีดยา บลาๆๆ)

- คนส่วนหนึ่งที่ทานยาคุมฉุกเฉิน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดบิดๆในท้อง อาจถึงขั้นต้องนอนซมเป็นวัน (เพื่อนหญิงคนนึงของผม ให้คำนิยามสั้นๆว่า "เหมือนกับบิดผ้าขี้ริ้วอยู่ในท้อง" ) แน่นอนว่า มดลูกของท่านจะต้องมีการทำงานที่ไม่ปกติอยู่พักใหญ่

- หลังจากทานยาครบ หลังจากนั้น  3-5 วัน ส่วนใหญ่จะมีเลือดออกตามมา...ในบางคนที่ไม่มี หรือมีช้า อาจเพราะจากภาวะเครียด หรือรอบเดือนที่ผิดปกติจากฮอร์โมนได้...เพื่อความแน่ใจที่สุด หลังจากนั้นอีก 3 สัปดาห์ ให้ซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาทดสอบดู

-------------------------------------------

ผู้ชายหลายๆคน รักสนุก แต่ไร้ความรับผิดชอบซะจนไม่คิดที่จะใส่ถุงยางอนามัย จึงผลักภาระหลายๆอย่างให้กับฝ่ายหญิง ทั้งกินยา ทั้งใส่ห่วง และพอมีปัญหาเข้าหน่อย ก็ยัดเยียดให้กินยาฉุกเฉิน ซึ่งจะก่อผลเสียอีกหลายๆอย่าง ต่อร่างกายของสาวเจ้า...หากเกิดพลาดพลั้งอะไรขึ้นมา ก็ต้องเป็นฝ่ายหญิงอยู่ดี ที่ต้องอุ้มท้อง รับหน้าพ่อแม่ และแบกรับสารพัดคำถามจากสังคม

รูปแบบความคิดผิดๆที่เกิดจากความมักง่ายนี้ เป็นปัญหาเก๋ากึ๊กที่คนไม่ได้สนใจกันเสียแล้ว ทั้งๆที่การใส่ถุงยางอนามัย เป็นวิธีที่ง่าย ประหยัด ปลอดภัย และสามารถป้องกันสารพัดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ที่การทานยาป้องกันไม่ได้) อีกต่างหาก

ท่านชายสมัยนี้ หลายคน (...รวมถึงเพื่อนตัวดีของผมอีกไม่น้อย ==") บรรยายความรู้สึกอย่างได้อารมณ์ เกี่ยวกับการสวมถุงยางว่า "เหมือนกับต้องเอามือสวมถุงพลาสติก แล้วค่อยไปแคะขี้มูก"

....ก็เลยเลือกที่จะพกยาคุมฉุกเฉิน แทนถุงยางอนามัยซะแล้ว...พบเห็นทีไร ผมอยากยกนิ้ว(กลาง) ให้ แล้วบอกว่า...You are the MAN จริงๆว่ะ ไอ้ห่านเอ๊ย...

ทิ้งท้าย ฝากเพื่อนๆสาวน้อยสาวใหญ่ไว้หน่อยนะครับ ว่าให้ศึกษาข้อดี-ข้อเสียทั้งหลายแหล่ให้ดี จะเลือกคุมยังไง เลือกปฏิบัติยังไง ก็ขอให้เป็นการตัดสินใจของเราเอง ชั่งน้ำหนักด้วยตัวเอง...อย่างน้อยก็ต้องพร้อมที่จะรับผลลัพธ์ที่ตัวเองเลือกเองจะดีกว่า ไม่ต้องไปยอมผู้ชายหอยหลอดซะทุกเรื่องก็ได้นะ

.

รักการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง

รักคนอ่านครับ ^^/

Comment

Comment:

Tweet

I at this site just because I would like to to help fellows with essays writing. The matter is that I am a professional writer. Thence, you can hire me otherway, you can place an <a href="http://primeessays.com/index.php?mode=essay-order">Essay Order</a>.

#62 By WoodRowena20 (94.242.214.6) on 2011-12-09 23:42

Struggling with your course essays creating? Don't have free time to rest? You definitely have to relax and get information: "how to do my essay ".

#61 By BlackHILDA20 (94.242.214.6) on 2011-12-07 13:08

I had got a dream to make my organization, nevertheless I didn't have enough of money to do it. Thank heaven my mate suggested to take the <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/credit-loans">credit loans</a>. Thence I received the consolidation loans and made real my dream.

#60 By Denise20Hunter (94.242.214.7) on 2011-12-04 19:36

อ๊ะ ผมลืมตอบคำถามน้องทรายเลย ขออภัยที่ช้าำไปหน่อยครับ ^^"

กลไกการทำงานของยาคุมฉุกเฉิน แตกต่างกันไปตามชนิด และส่วนประกอบของยาครับ

แต่หลักๆที่ยีี่่ห้อส่วนใหญ่ใช้กัน คือการทำให้ผนังมดลูก"ไม่พร้อม" ต่อการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้วครับ จะบีบรัด จะหลุดลอก หรืออะไรก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็ฝังตัวไม่ได้ และหลุดออกมาพร้อมประจำเดือนนั่นเอง confused smile

#59 By Zieghart on 2009-01-31 16:07

เล่น persona 4 เหมือนกันเลย อยากให้เขียนเกี่ยวกับเกมส์นี้บ้าง ได้มั้ยcry

#58 By トゥーイオ on 2009-01-26 17:15

อ่า..เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ ^o^
แต่คงไม่ได้นำไปใช้ แฮ่ๆ

ขอบคุณสำหรับคอมมเม้นดีดีที่แวะไปเยี่ยมเยียนน้า

ไปละจ้า surprised smile

#57 By *Viewiez* on 2009-01-24 11:28

อ่านแล้ววัยรุ่น (ตอนปลาย) เซ็งค่ะ
คุณหนุ่ม ๆ ที่ดีแต่สนุก ไม่คิดอะไรไกลเกินหว่างขานี่มันน่าจับขึงให้สาว ๆ ผู้เสียหายเอาไม้ขัดส้วมแยงตรูดจริง ๆ

สำหรับคุณสาว ๆ เคยได้ยินมาว่าหลายคนก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่ทั้งที่วิธีอื่นมันก็ไม่ได้ยุ่งยากเลยเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ก็ยังมักง่าย เล่นก่อนค่อยแก้ ผลร้ายจะมาเกี่ยวอะไรกับเรา...

คิดถึงคนที่เขาอยากมีลูกมีหลานกันอย่างกับอะไรดี กับสาว ๆ ที่ทำลายตัวเองด้วยยาเหล่านี้แล้วมันช่างขัดแย้งขันขื่นจริง ๆ ค่ะ

#56 By แห-ม่ม (124.120.177.106) on 2009-01-23 13:11

Hot! surprised smile

#55 By HARUNAKYO. on 2009-01-23 11:57

#51 เจ๊บี

เฮ้ๆๆ ตั้ง 7 วันเลยหรอ =[]=" เอาจริงอ่ะ อาจารย์ท่านไหนสอนหว่า สงสัยจะคนละคนกันแหงมเลย ^^"

มันเป็น levonorgestrel นะ?...ครือถ้าว่ากันตามทฤษฎี...7วันก็อาจจะได้ แต่เราว่า ในทาง practical แล้วเนี่ย มันเสี่ยงเกินกว่าจะให้เป็นหลักปฎิบัตินะ

ตอนที่เรียนนรีเวชกันสมัยปี 4 แล้วก็ manual ในกล่องอ่ะ เค้ายังให้ยึดไว้ที่ 3 วันอยู่นะ แล้วตอนที่เขียนน่ะ อ้างอิงจาก academy of family physician ของอเมริกาเค้าก็ให้ใช้ใน 3 วันเหมือนกันจ้า คิดว่าคงเอาชัวร์ไว้ก่อนน่ะ question

http://www.aafp.org/afp/991101ap/2073.html


ออๆ แต่เพิ่งไปค้นเพิ่มมาจากเวป WHO ด้วยล่ะ...เค้าไม่ได้ระบุวันที่แน่นอนเอาไว้ บอกแค่ว่า ยิ่งกินเร็ว ยิ่ง effective...แต่ถ้ากินหลังจากมี SI 5 วัน จะเหลือผลแค่ 60% เท่านั้นเองน่อ


...จะเอาไปแนะนำต่อยังไง ก็คงต้องแล้วแต่แหล่งอ้างอิงละกันนะ...ถึงเวลาฉุกเฉิน จะ 4 หรือ 5 วัน ก็คงต้องกินแหล่ะ แหะๆ confused smile

#53 By Zieghart on 2009-01-22 23:03

เห็นด้วยว่า ถุงราคาถูกที่สุดแล้วขอรับพี่น้อง ยกเว้นว่าจะเล่นกันเกินคืนละสามยก แบบนั้นไปทำหมันถาวรดีกว่า

#52 By on 2009-01-22 21:57

ปัดจังคะ
แก้หน่อยๆ มันกันได้หลังมีเพศสัมพันธ์ถึง
7 วันหละ
ออกวางแผนครอบครัว ตอบไป สาม
เจอ อ.ตอกกลับหน้าหงายเลย
วางยานะยะเทอ

#51 By mutsuki on 2009-01-22 20:47

เพื่อนเรา บอกว่ายาบางยี่ห้อมันแรง
กินเข้าไปครั้งแรก ก็มดลูกอักเสบ

ฟังแล้วน่ากลัว ขืนกินบ่อยๆ ไม่ตัดมดลูกเลยเหรอเนี่ย

#50 By [loveX] on 2009-01-22 20:38

= = อ่านแล้วพูดไม่ออก อึ้งๆ

#49 By ~@Asami@~ on 2009-01-22 17:44

โอ้....เป็นปัญหาสังคมที่...รุนแรงนะ
= ='


มีกันเกลื่อนเลยปัญหาแบบนี้
ขอบคุณข้อคิดดีๆมากเลยล่ะค่ะ


ได้ข้อคิดไปใช้ เอ๊ย! ข้อคิดสอนใจเพียบ 555+


ps.เปลี่ยนเป็นถุงผ้ามั๊ย ? ลดโลกร้อน confused smile
(ล้อเล่นนะ อย่ามีเลย คิคิ)

#48 By Jyp_z on 2009-01-22 17:18

Hot! Hot! 'so cool!

#47 By sasiy13s on 2009-01-22 16:39

ถุงดีกว่าเป็นไหน ๆ.....





เอาไว้ใส่น้ำ ปาใส่กันได้อีกตะหาก Hot! confused smile

#46 By I-Toey on 2009-01-22 15:35

หยุดอ้วน ...อวสานไขมัน ส่วนเกิน
เริ่มต้น ...หุ่นสวย หน้าใส สุขภาพดี ด้วยโปรแกรมดูแล
รูปร่าง และ สุขภาพ จากสหรัฐอเมริกา
* ไม่ต้อทานยา ไม่มีสารเคมี
* ไม่ต้องออกกำลังกายหักโหม
* ได้ผลลัพธ์ ทั้งส่วนเกิน และ น้ำหนัก
* คิดค้น และวิจัยโดยแพทญ์ และ ผู้เชี่ยวชาญ
สนใจ โปรแกรม
p1.fr/luhi

#45 By (58.8.172.41) on 2009-01-22 14:48

ผู้ชายสบาย ผู้หญิงต้องลุ้น...ป้าด

#44 By Mango Hotel on 2009-01-22 09:47

แหม เป็นความรู้ที่ดีทีเดียวครับbig smile Hot!

#43 By Eric on 2009-01-22 02:52

บางที
สิ่งที่ควรพกแทนถุงยาง
คือ..."ความรับผิดชอบ" .....Hot!

#42 By ซับบาธ... on 2009-01-22 01:19

ที่ๆเคยอยู่ ฝ่ายหญิงเวลาไปปาร์ตี้ รู้ๆกันอยู่ ก็พกถุงยางไปด้วย ทั้งฝ่ายหญิงฝ่ายชาย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายเดียว เพราะก็รู้กันว่าบางทีฝ่ายชายก็เนียน น่าเกลียด
อ่านแล้วก็เศร้า ไม่อยากเห็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่อีกแล้ว
อีกอย่างคือ ฝ่ายหญิงสามารถกินยาคุมได้นะคะ ถ้าใจรู้ว่าตัวเองเป็นจะเข้าไปอยู่ในภาวะเสี่ยง รู้ว่าใจตัวเองเป็นแบบนั้น ส่วนตัวแล้วไม่คิดว่ามันไม่ดี แต่ทานยาคุมแบบทุกวันดีกว่าทานหลังมีเพศสัมพันธ์มาก ทานสามเดือนหยุด ใช้ถุงยาง ถึงอย่างนั้นก็มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์อยู่ดี
ยิ่งเขียนยิ่งเศร้า ยิ่งคิดยิ่งเครียด อย่างไรก็ตามขอบคุณนะคะที่เขียนให้อ่านกันค่ะ รู้สึกว่าในประเทศไทยมีคนที่คิดดีอยู่ ให้ได้เห็นว่าคนอื่นๆที่คอมเมนท์ในบลอกนี้น่าชื่นชมกันทั้งนั้นค่ะ

#41 By songsage on 2009-01-22 00:40

ผมโคตรเกลียดผู้ชายแบบนี้เลยพับผ่าเอ๊ย น่าเอามือสวมถุงพลาสติกไปยัดตูดมันซะ <<<คอมเม้นนี้ได้ใจมากค่ะ *ขำเกิน* ขอเปนถุงพลาสติกก๊อบแก็ปแบบเลอะแกงเผ็ดด้วยนะ *ชี๊ด~*

หลงหลงสามารถแก้ไขปันหานี้ได้ง่ายโดยการไม่เข้าใกล้ผู้ชาย((เพราะผู้ชายไม่กล้าเข้าใกล้แกล่ะสิืไม่ว่า 555+))
เฝ้าภาวนาว่าชาตินี้(เผื่อชาติหน้าด้วย)คงไม่ต้องเจอปัญหาแบบนั้นและไม่ต้องกินยาพวกนี้ด้วย...ขอให้ลูกช้างอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงวันแต่งด้วยเถอะเจ้าประคู๊น *เพี้ยง!*<<<ขนาดไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แล้วมันยังทำหวงอีก *ขำกลิ้ง*sad smile

#40 By LHoNG-LhONg [ C.Q ] on 2009-01-21 23:30

พูดในฐานะที่สภาพแวดล้อมใกล้ตัวเป็นวัยรุ่นกลุ่มเสี่ยงนะคะ

สังคมไทยมันลักลั่นค่ะ

เคยได้ข่าวมาว่า มีคนเสนอให้มีตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยอัตโนมัติ เพื่อลดปัญหาวัยรุ่นท้องในวัยเรียน แต่เสียงส่วนมากหาว่า เป็นการสนับสนุนให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

ส่วนตัวแล้ว เราว่าเมืองไทยคงแก้ปัญหา มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ไม่ได้แล้ว เพราะเรื้อรัง และวงกว้างมาก (ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือมันเริ่มถ่ายคลิปได้นั่นแหละ) ควรจะมุ่งไปประเด็นที่ ทำยังไงไม่ให้ ท้องในวัยเรียนดีกว่า

อ๊าย ปัญหาโลกแตก

#39 By davey on 2009-01-21 19:49

พกถุง ดีกว่ายาสินะคะ big smile
Hot!

#38 By Z o r a ` on 2009-01-21 19:42

เคยได้ยินว่า ยานี้จะไปขูดและลอกผนังมดลูกเพื่อให้การฝังตัวมันร่อนออกมาทั้งยวง
อันตรายยิ่งนักต่อผู้หญิง

ยังไงๆเรื่องคุมกำเนิด ฝ่ายชายที่ยัดเยียดให้ผู้หญิงกินยาแบบนี้ ก็น่าหักคอเป็นที่สุดครับ
ใส่ถุงกับกินยา ผลกระทบระยะยาวยาแรงกว่าเห็นๆ คุณผู้ชายริจะ ... ทั้งที จัดการเองแค่นี้ถ้าหนักกบาลนักก็ไปหั่นทิ้งซะเถอะครับ
Hot! Hot! Hot! Hot!

#37 By Evan Yzac -- The Crow on 2009-01-21 19:37

แก้ีที่ต้นเหตุอาจจะดีกว่าค่ะ เรื่องเพศสัมพันธ์ช่วงวัยรุ่นเนี่ย
น่าจะปลูกฝังให้รักนวลสงวนตัวกันมากกว่านี้ มีความเหนียงอาย เราเชื่อว่าผลจากเพศสัมพันธ์ในวัยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
มันไม่แค่ท้องหรอกค่ะ มันมีหลายๆอย่าง เสียหลายๆอย่าง
(พูดจากใจคนรักนวลสงวนตัว U_U*)

ส่วนเรื่องยาคุมฉุกเฉินเราได้ยินมาว่ากินมาก
ไม่ดีต่อสุขภาพสุดๆๆ ไมจำเป็นไม่ควร


Hot! Hot! Hot!

#36 By timo on 2009-01-21 19:32

มีสาระมากค่ะ big smile Hot!

#35 By [ นุ้ ง ห น อ น ] on 2009-01-21 17:35

โอ เป็นความรู้มากๆ
Hot!

#34 By ☆ •★ [ CHiNG ] ★•☆ on 2009-01-21 17:02

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! บทความที่ดีมากเลยครับ

#32 By comzine on 2009-01-21 14:45

สวมถุงดีกว่าครับ

กินยาคุมฉุกเฉิน มันไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เลยนะครับ ปลอดภัยไว้ดีกว่า สนุกแค่ไม่นาน (บางคนอาจจะนาน question) แต่ทุกข์ใจ ไปอีกนาน หรืออาจจะชั่วชีวิตเลยนะครับ sad smile

#30 By ตองพี on 2009-01-21 13:53

Hot! ไม่ให้ไม่ได้แล้ว

#29 By Krai W. on 2009-01-21 13:08

แวะมาๆ บอกว่า ย้ายบอร์ดกัน
http://si115.forums-free.com
ตามนี้ ลองเข้าไปเล่นๆ ดูกันเน้อ big smile

เดี๋ยวหลังสอบจะเปลี่ยน head อีกที ^^"

#28 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2009-01-21 13:05

น่าตบกะโหลกพวกผู้ชายไร้ความรับผิดชอบพวกนั้นจริงเชียว
ใส่ถุงฯ ก็จบแล้ว ทำกันเถอะคร้าบบบ big smile

#26 By Googigg on 2009-01-21 12:32

Hot! อ่านแล้วฮาดี แต่ว่าบรรยายความรู้สึกได้เห็นภาพจริงๆนะครับ แฮะๆ
ปล. มีคนเคยบอกว่าพวกยาคุมฉุกเฉินนี่ถ้าสาวๆใช้ไปมากๆจะเสี่ยงต่อ มะเร็ง จริงเปล่านี่

#25 By ฟ่าง on 2009-01-21 12:21

อ่านแล้วรู้สึกว่า ทุกคนต้องมีส่วนในการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และต่อสังคมด้วยครับ



จะกุ๊กกิ๊กกัน 1 ที ยังเหมือนมีภาระอันยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลัง

#24 By เสกเรนเจอร์ on 2009-01-21 11:10

ข้อดีของการใส่ถุง คืออึดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญครับพี่น้อง question โดยเฉพาะรุ่นเพอร์ฟอร์มานี่ทำกันจนเบื่อไปข้างเลยครับ

#23 By Bluewhale on 2009-01-21 10:27

บางครั้งมันก็มีนะครับ
ผู้ชายอยากใช้ถุง แต่ผู้หญิงเขาไม่เอา
....

อย่าโทษแต่ผู้ชายเลยครับ เรื่องแบบนี้

#22 By นิเกะ on 2009-01-21 10:25

Hot! Hot!
ผู้หญิงต้องรักตัวเองเป็น
และไม่ควรเสียสละมากกว่าที่ควรจะเป็น
เพราะผลลัพท์ มันไม่คุ้ม
กับผู้ชายที่พกยาคุมฉุกเฉิน wink

#21 By ไม่มี © on 2009-01-21 09:03

แล้วกินยาคุมรายเดือนนี่ป้องกันได้ซักกี่เปอร์เซ็นกันเนี่ย???
ผู้ชายแบบนี้อิชั้นเคยเจอ สาปส่ง+ถีบไล่ไปแล้ว มิได้แอ้มหรอกโว๊ย!!
เหอๆ

#20 By groundfloor on 2009-01-21 04:20

อืม สูติฯ นี่ว่างสุดๆ จริงๆ ชอบมาก 555+
ตลกๆ ผู้ชายหอยหลอด กร๊าก ~

#19 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2009-01-21 02:48

ปัญหาวัยรุ่น เนอะangry smile

#18 By ppangg on 2009-01-21 01:40

เ้ฮ้อ ออกมายอมรับแต่โดยดีครับ Feel มันต่างกันจริงๆ แหละ

แต่!

ถ้าริจะสนุก จะต้องทำให้เขาลำบากด้วยหรือ...

ไม่ถูกนะครับ

เกิดเป็นผู้ชาย อยากจะ ทำ แต่ไม่่รู้จักป้องกัน ไม่ดีแน่ๆ

ปล. บางทีการซื้อถุงมันก็น่าอายจริงๆ แหละ

seven ในสถานศึกษา ห้ามขายรึเปล่าไม่รู้นะ

แต่ไม่เห็นขาย ....

แล้วอยากให้เด็กป้องกัน???

ตู้ตามห้องน้ำหนะ.. ถ้ามียี่ห้อดีๆ คนคงพกกันเยอะกว่านี้

ไม่ใช่มีแต่สาธารณสุข... แบบถุงราคาถูก

#17 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-01-21 01:32

ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์

#16 By ศึกษาต่ออเมริกา (61.90.98.200) on 2009-01-21 01:23

ยืดอกพกถุง

#15 By jamebox on 2009-01-21 01:21

#4 น่ากลัว sad smile

#14 By Shuu Exteen on 2009-01-21 00:43

กระจ่าง sad smile

#13 By rokjitjung on 2009-01-21 00:31

80 เปอร์เซนนี่ต่ำใช่ย่อยเหมือนกันนะเนี่ยHot!

#12 By 「♭Mystery」 on 2009-01-21 00:31

Hot! sad smile

#11 By iQ180 on 2009-01-21 00:31

เป็นเอนทรี่ที่เยี่ยมมากค่ะ ยกนิ้วโป้งๆ Hot!

#10 By Bluemoon on 2009-01-21 00:13