สวัสดีเพื่อนๆครับ

ช่วงนี้กำลังอยู่ตึกสูติศาสตร์ครับ...แต่ละวันก็จะมีทำคลอด ตรวจแม่ๆที่มาฝากครรภ์ ดูคนไข้หลังคลอด อะไรแบบนี้ ซึ่งโดยรวมแล้ว จัดได้ว่า "ว่างมาก" จริงๆครับ...คิดว่าน่าจะเป็นช่วงชีวิตที่ว่างที่สุดในรอบหลายๆปีที่ผ่านมาของผมเลยทีเดียว

แต่เหตุผลที่หายหน้าไปนาน ทั้งๆที่ว่างนี้ ก็เพราะชีวิตช่วงนี้ เข้าขั้น เหลวแหลก ที่เดียวครับเพ่น้อง ...พอมีเวลาเข้าหน่อย และวันไหนไม่ได้อ่านหนังสือ ก็จะเล่นเกมส์ยาววววววววววววว จนแทบหมดวัน...ลิมิตเข้าใกล้พวกเก็บตัว เป็นฮิคิโคโมริเข้าไปทุกที...ยังดีนะ ที่มีเรื่องให้ออกไปอยู่เวร หรือไปเรียนได้ทุกวัน เกือบไปๆ (แค่เล่นดรากอน เควส 4 กับเพอร์โซน่า 4...รวมกันก็ปาไปร่วม 70 ชั่วโมงแล้ว นี่ตรูทำอะไรลงป๊ายยยย)

-------------------------------------------

วันนี้มีเรื่องจริงจัง เอามาคุยเล่นๆ เกี่ยวกับ"การทานยาคุมฉุกเฉิน" ครับ...เนื่องจากว่า พอมาอยู่ห้องคลอดนานๆเข้าแล้วเนี่ย ก็ได้กลับมาเห็นปัญหาที่ ชักจะยังไงๆอยู่ อีกรอบแล้ว...เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น-เรื่องท้องในวัยเรียนนั่นเอง

หลายปีก่อน เคยมีช่วงนึงที่ผู้ใหญ่ในบ้านเราค่อนข้างตื่นตัวกับปัญหา Teenage pregnancy นี้ และปล่อยแคมเปญรณรงค์ออกมามากมายครับ (ตอนนั้นผมเองยังเคยเขียนถึงการคุมกำเนิดเลย ^^) แต่ก็เช่นเดิม...ไม่นานกระแสก็ซา ทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิม

ปัญหาเรื่องท้องในวัยรุ่นนี้ ในบางจังหวัดถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขกันทีเดียว ส่วนในตัวเมือง ก็รุนแรงไม่ต่างกัน (แม้จะไม่ได้มีใครเอามาประกาศครึกโครม) เพราะมันก็นำมาสู่ปัญหาสังคมอีกเป็นพรวน...การทำแทงก์เถื่อนเอย วุฒิภาวะของพ่อแม่ไม่พอเอย ทิ้งลูกไว้ตามซอกซอยเอย แม่หนีออกจากโรงพยาบาลเอย ฯลฯ

และบังเอิญเหลือเกินว่า เหล่าคุณแม่ที่ผมทำคลอดในช่วงนี้นั้น แทบไม่มีใครอายุมากกว่าผมซักคน...อายุน้อยที่สุดที่ผมเจอ ก็คือ 15 ปีครับ...เหตุผลคลาสสิคก็เช่น ฝ่ายชายไม่ใส่ถุง หรือฝ่ายหญิงลืมกินยา เป็นต้น...ใจนึงก็อยากจะชมน้องเค้าที่มีใจจะดูแลจนลูกคลอด แต่มันก็ยังไม่ตอบโจทย์ และทิ้งปัญหาเดิมๆตามมาให้กังวลอีก

มีประเด็นน่าสนใจอันนึง ที่อาจารย์หมอหลายท่านสอนให้พวกผมคอยเน้นย้ำกับคนไข้  ก็คือเรื่องของยาคุมฉุกเฉินตัวดีนี่ล่ะครับ...ขอหยิบมาพูดให้ฟังซักนิด เผื่อจะมีประโยชน์

- ยาคุมฉุกเฉิน เป็นยาที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเพศในปริมาณที่สูงกว่าปกติ

- ในเมืองไทย (ที่ยาแทบทุกชนิด ถูกเอามาขายกันอิสระ...over the counter ตามร้านขายยา) ยี่ห้อที่ขายๆกันอยู่ ก็เช่น โพสตินอร์ และมาดอนน่า ราคาประมาณตั้งแต่ 30-40 บาท บรรจุสองเม็ด

- วิธีการกิน คือเม็ดแรก หลังมีเพศสัมพันธ์ไม่เกิน 72 ชั่วโมง (แต่ยิ่งทานเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีประสิทธิภาพมากเท่านั้น) เม็ดต่อไป ให้กินหลังจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมง ( จริงๆตอนนี้มี paper ออกมา ว่าการกินพร้อมกันสองเม็ด ก็มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน และป้องกันการลืม...แต่การทานตามวิธีข้างกล่อง ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด)

- ประสิทธิภาพเมื่อกินยาได้ถูกต้อง และทันเวลา คือประมาณ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์

- ท่านชายส่วนมาก เมื่อให้สาวเจ้ากินเม็ดแรกไป หรือพอกินครบสองเม็ดไปแล้ว...ก็จะถือเป็นช่วงกำไรชีวิต ซัดต่อไม่ใส่ถุงอีกหลายยก...ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ก็อาจถือว่าป้องกันได้ในระดับนึง แต่อย่าลืมว่า ไม่มีวิธีการคุมกำเนิดใด ที่ได้ผลแน่นอน 100 % แล้วท่านยังยินดีจะเพิ่มความเสี่ยงต่อไปอีก ?

- ยาคุมฉุกเฉิน เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ตามชื่อมัน คือ คุมในภาวะฉุกเฉิน เท่านั้น...ถุงแตก ถุงรั่ว ห่วงหลุด นับวันผิด โดนข่มขืน หรือในสถานการณ์ที่ "พลาด" ตามนิยามใดๆก็แล้วแต่

- หนึ่งเดือน ไม่ควรทานเกิน 4 เม็ด และไม่แนะนำอย่างยิ่ง ที่จะใช้ยาคุมฉุกเฉิน แทนการคุมกำเนิดปกติ เนื่องจากประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าวิธีอื่น และผลข้างเคียงที่ฝ่ายหญิงจะได้รับ  (วิธีที่แนะนำก็เช่น สวมถุงยางอนามัย ทานยาคุมแบบปกติ ใส่ห่วงคุมกำเนิด ฉีดยา บลาๆๆ)

- คนส่วนหนึ่งที่ทานยาคุมฉุกเฉิน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดบิดๆในท้อง อาจถึงขั้นต้องนอนซมเป็นวัน (เพื่อนหญิงคนนึงของผม ให้คำนิยามสั้นๆว่า "เหมือนกับบิดผ้าขี้ริ้วอยู่ในท้อง" ) แน่นอนว่า มดลูกของท่านจะต้องมีการทำงานที่ไม่ปกติอยู่พักใหญ่

- หลังจากทานยาครบ หลังจากนั้น  3-5 วัน ส่วนใหญ่จะมีเลือดออกตามมา...ในบางคนที่ไม่มี หรือมีช้า อาจเพราะจากภาวะเครียด หรือรอบเดือนที่ผิดปกติจากฮอร์โมนได้...เพื่อความแน่ใจที่สุด หลังจากนั้นอีก 3 สัปดาห์ ให้ซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาทดสอบดู

-------------------------------------------

ผู้ชายหลายๆคน รักสนุก แต่ไร้ความรับผิดชอบซะจนไม่คิดที่จะใส่ถุงยางอนามัย จึงผลักภาระหลายๆอย่างให้กับฝ่ายหญิง ทั้งกินยา ทั้งใส่ห่วง และพอมีปัญหาเข้าหน่อย ก็ยัดเยียดให้กินยาฉุกเฉิน ซึ่งจะก่อผลเสียอีกหลายๆอย่าง ต่อร่างกายของสาวเจ้า...หากเกิดพลาดพลั้งอะไรขึ้นมา ก็ต้องเป็นฝ่ายหญิงอยู่ดี ที่ต้องอุ้มท้อง รับหน้าพ่อแม่ และแบกรับสารพัดคำถามจากสังคม

รูปแบบความคิดผิดๆที่เกิดจากความมักง่ายนี้ เป็นปัญหาเก๋ากึ๊กที่คนไม่ได้สนใจกันเสียแล้ว ทั้งๆที่การใส่ถุงยางอนามัย เป็นวิธีที่ง่าย ประหยัด ปลอดภัย และสามารถป้องกันสารพัดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (ที่การทานยาป้องกันไม่ได้) อีกต่างหาก

ท่านชายสมัยนี้ หลายคน (...รวมถึงเพื่อนตัวดีของผมอีกไม่น้อย ==") บรรยายความรู้สึกอย่างได้อารมณ์ เกี่ยวกับการสวมถุงยางว่า "เหมือนกับต้องเอามือสวมถุงพลาสติก แล้วค่อยไปแคะขี้มูก"

....ก็เลยเลือกที่จะพกยาคุมฉุกเฉิน แทนถุงยางอนามัยซะแล้ว...พบเห็นทีไร ผมอยากยกนิ้ว(กลาง) ให้ แล้วบอกว่า...You are the MAN จริงๆว่ะ ไอ้ห่านเอ๊ย...

ทิ้งท้าย ฝากเพื่อนๆสาวน้อยสาวใหญ่ไว้หน่อยนะครับ ว่าให้ศึกษาข้อดี-ข้อเสียทั้งหลายแหล่ให้ดี จะเลือกคุมยังไง เลือกปฏิบัติยังไง ก็ขอให้เป็นการตัดสินใจของเราเอง ชั่งน้ำหนักด้วยตัวเอง...อย่างน้อยก็ต้องพร้อมที่จะรับผลลัพธ์ที่ตัวเองเลือกเองจะดีกว่า ไม่ต้องไปยอมผู้ชายหอยหลอดซะทุกเรื่องก็ได้นะ

.

รักการคุมกำเนิดที่ถูกต้อง

รักคนอ่านครับ ^^/