.

สวัสดีหน้าหนาวครับ

ช่วงนี้อากาศเย็นได้ใจมากๆ เล่นเอาไม่อยากตื่นขึ้นมาตอนเช้ากันเลยทีเดียว ^^

แต่พอลมหนาวมาทีไร...สิ่งที่จะมาคู่กันเสมอ ก็คือโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายแหล่ หลายท่านก็ชอบแวะไปคลินิกแถวบ้าน หลายท่านก็ชอบไปซื้อยากินเองตามร้าน อันนี้ก็ว่ากันไป

...เนื่องเพราะช่วงนี้ ผมกำลังว่างได้ที่ เลยขอมาแนะนำเล็กๆน้อยๆ ให้เพื่อนๆเตรียมรับมือกับอากาศหนาวเช่นนี้ครับผม

อาการไข้

อาการเจ้าประจำ ที่ทำให้เราๆท่านๆหนาวๆร้อนๆขึ้นมาเป็นพักๆ ได้แต่ล้มหมอนนอนเสื่ออยู่กับบ้าน...

ยาลดไข้ (Antipyretic) เจ้าประจำ ที่ปลอดภัย และควรมีติดบ้าน/ติดตัวไว้ ก็หนีไม่พ้น พาราเซตามอล (Paracetamol)ครับ จะไทลินอล จะซาร่า จะขององค์การอะไรก็แล้วแต่ แผงนึงราคาไม่เท่าไหร่ ออกฤทธิ์เร็ว มีประสิทธิภาพพอสมควร ไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง (ยกเว้นในคนเป็นโรคตับ) ซื้อมาตุนได้เลยครับ

....ออ ห้ามกินเกินวันละ 8 เม็ดนะครับ และถ้าใครคิดจะกินพาราพร้อมเบียร์กับเหล้า...มาต่อยกับผมก่อนดีกว่า

* หากอาการไข้ยังสูงอยู่ตลอด หรือเป็นไข้เรื้อรังหลายวัน กินยาไม่หายซะที...อย่างน้อยต้องไปให้แพทย์ที่คลินิกดูอาการครับ เพื่อการวินิจฉัยโรคที่แน่นอน...ที่สำคัญ ยาที่แรงกว่าพาราหลายๆตัว จำเป็นต้องให้แพทย์เป็นคนพิจารณาสั่งให้จ้า

------------------------------------------------- 

อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล

อาการยอดฮิตอันต่อมา ยาที่ควรมีติดตัวไว้ ได้แก่ ยาแก้แพ้ (Antihistamine) ครับ ช่วยลดน้ำมูกได้ดี และสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ อากาศเปลี่ยนที เป็นต้องฮัดเช้ย ฟืดฟาด...นี่ถือเป็นยาคู่ชีพกันเลยทีเดียว

ยาแก้แพ้ที่ขายๆกันทั่วไป คือคลอเฟนิลามีน (Chlopheniramine) ครับ ที่ชอบเรียกกันย่อๆว่า คลอเฟ ๆ นั่นแล ราคาถูกมาก และได้ผลไม่เลวทีเดียว แต่ข้อเสียคือ กินแล้ว "ง่วง" มากครับ แถมยังมีคอแห้ง จมูกแห้งตามมาได้ด้วย

ปกติแล้ว จะแนะนำให้กินแล้วนอนหลับไปเลยครับ แต่ถ้าในหลายๆอาชีพ หลายเงื่อนไข เช่น ต้องขับรถอะไรยังงี๊ ไม่แนะนำให้กินครับ (...นักเรียนนักศึกษาล่ะ? อืม...ถ้าหลับก็อย่าโทษยาอย่างเดียวละกัน !)

ปัจจุบัน มียาแก้แพ้รุ่นหลังๆ ที่ทำให้ไม่ง่วง ออกมาขายกันทั่วไป ในราคาที่สูงขึ้นมาอีกระดับ เช่น ลอราทาดีน (Loratadine) ครับ ปกติจะใช้ในคนทำงาน ดังได้กล่าวแล้ว....แต่ปัญหาคือ มันมีผลข้างเคียงอื่นๆ ต่อหัวใจ ไต ตับ ลูกในท้อง ฯลฯ เพิ่มเติมขึ้นมา...ดังนั้นแล้ว ถ้าอยากได้ยาเช่นนี้จริงๆ ไปปรึกษาแพทย์ตามคลินิกก่อนนะครับ

* เมืองไทย มีความประหลาดอันน่าทึ่งอย่างนึง คือ ยาหลายๆตัว ที่ควรให้แพทย์สั่งอย่างระมัดระวัง...ก็กลายเป็นยาที่ขายได้เสรี...Over the counter ตามร้านขายยาอย่างหน้าตาเฉย...ให้ตายเถอะโรบิน

..........................

 

ยาแก้คัดจมูก (Decongestant) จะเป็นอีกตัวที่ชอบขายๆคู่กับยาแก้แพ้ครับ จะช่วยให้จมูกโล่ง หายใจได้คล่องขึ้น ปกติที่จะซื้อไว้ใช้ก็คือ สูโดเอฟริดีน(Pseudoephredine) ที่เรียกกันว่า สูโดๆ นั่นแล...ยากลุ่มนี้ไม่ควรทานนานเป็นอาทิตย์ๆนะครับ เพราะมันมีผลข้างเคียง ทำให้ปวดหัว ใจสั่น ความดันสูงได้

...และมันมียาที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันดีอีกตัว คือ Actifed แผงสีเหลืองนั่นเอง ( >>source ภาพ<< )

จริงๆไอ้ Actifed นี่ มันเป็นการคอมโบกันของยาแก้แพ้ กับยาแก้คัดจมูกนะครับ กินทีนึง ได้ไปสองตัวเลย...โดยส่วนตัวคิดว่า ถ้าจะกินนานๆ แนะนำให้กินเป็นยาแก้แพ้ คลอเฟเดี่ยวๆดีกว่า

.......................... 

ยาพ่นจมูก (Nasal spray) ทำให้จมุกโล่งขึ้นครับ เห็นหลายคนชอบไปซื้อมาใช้เอง...แต่หลายชนิด จะมีพวกยาสเตียรอยด์ผสมอยู่ด้วย....อันนี้แนะนำอย่างยิ่งว่า ไปให้แพทย์สั่งเถอะครับ ไม่ดีในระยะยาวแน่ๆ

 

อาการไอ มีเสมหะ

จะให้เป็นยาละลายเสมหะ / ยาขับเสมหะ ครับ ที่เราคุ้นๆหูกันดี หาได้ง่ายตามร้านทั่วไป ก็พวกไบโซลวอน มูโคลิด ไอโคลิด ฯลฯ นี่เอง...จะช่วยให้เสมหะใส และเหนียวน้อยลง ขับออกจากคอง่ายขึ้น ระคายคอน้อยลง ไอน้อยลงครับ

บางคนชอบไปซื้อเป็นยากดการไอ (Suppressant) ครับ ที่เป็นพวกเดกซ์โทรเมโธแฟน (Dextromethophan)...กินแล้วจะรู้สึกดี ไม่มีไอ ซึ่งจริงๆก็ไม่ผิดครับ แต่ต้องระวังผลข้างเคียง เรื่องฤทธิ์เสพติด และกดประสาทด้วย (อย่าลืมนะครับว่า มันทำให้เราไม่ไอ แต่พวกเสมหะที่ค้างคา หมักหมม มันก็ไม่ได้หายไปไหน) ถ้าจะใช้ยาวๆ ไปปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับ

...แนะนำว่า ถ้าจะแก้ไอให้ตรงจุด กินเป็นยาละลาย/ขับเสมหะ หรือหาลูกอมแก้เจ็บคอมาทาน จะปลอดภัยกว่าจ้า

* นอกจากนี้ ให้ ดื่มน้ำเยอะๆ (สำคัญ!!) จะน้ำอุ่น หรือน้ำธรรมดาก็ได้ นอกจากช่วยละลายเสมหะได้อย่างดีมากๆแล้ว ยังทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติอีกด้วย...นี่เป็นจุดเล็กๆ ที่คนทั่วไปมักไม่สนใจครับ

------------------------------------------------- 

อาการเหงา (เฮ้ย??)

อันนี้แถมครับ ช่วงนี้มีเพื่อนชอบมาบ่นให้ฟังเยอะมาก !! (....มากกว่าเรื่องหวัดซะอีก...หอยหลอดเอ๊ย)

เป็นโรคเฉพาะหน้าหนาวอีกอัน ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรง และสร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้ามากๆ....ตัวผมไม่มีทางแก้อะไรเด็ดๆให้..เอาเป็นว่า ถ้าไม่ได้ออกไปหลั่นล๊า แฮปปี้นอกบ้าน....ก็ชาร์ตแบตมือถือให้เต็ม หาโปรโมชันคุ้มๆ แล้วก็นอนกลิ้ง คุยสวีทบนเตียงไปละกัน

ท่านใดมีคู่ และกำลังรู้สึกฝืดๆ...อย่าพลาดโอกาสใช้สารพัดเทศกาลในช่วงนี้ มาเสริมบรรยากาศนะครับ...จะวันปีใหม่ วันคริสมาสต์ วันขอบคุณพระเจ้า หรือวันสถาปนาสหประชาชาติอะไรก็แล้วแต่...ได้ออกไปรับบรรยากาศร่วมกับคนอื่นข้างนอก ในช่วงไฮซีซันซะบ้าง...แม้ไม่สบายกระเป๋าตังค์ แต่สบายใจแน่นอน